นางสาว กิมเลี้ยง แซ่ตั้ง 5005106009
- ตัวเลขการว่างงานในทวีปยุโรปและอเมริกาประจำเดือนตุลาคมปรับตัวสูงขึ้น HIGHLIGHT:
1. สถาบันจัดอันดับโลกลดเครดิตไทย
- บริษัททริสเรทติ้ง เผยว่าสถาบันจัดอันดับโลกได้ทยอยปรับลดอันดับไทย และมีแนวโน้มว่าผลของความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงเพิ่มขื้น จะทำให้คะแนนและเครดิตประเทศถูกปรับลดลงไปอีก โดยบ.เอสแอนด์พี ซึ่งได้จัดอันดับของไทยที่ BBB-ได้ระบุว่าอาจปรับลด หากสถานการณ์การเมืองไทยเริ่มกระทบกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในวงกว้างรวมถึงธนาคารโลกที่จากเคยให้คะแนนเสถียรภาพทางด้านการเมืองของไทยเพียง 16.8 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อาจปรับลดเหลือต่ำกว่า 10 ซึ่งทำให้คนไทยมีต้นทุนสูงขึ้นในทุกด้าน - สศค. วิเคราะห์ว่า ณ ปัจจุบันบ.เอสแอนด์พี จัดอันดับของไทยอยู่ที่ BBB+ อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนทางการเมืองได้เริ่มส่งผลกระทบให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ R&I ได้ปรับแนวโน้มจากระดับที่เป็นบวก (Positive Outlook) เป็นระดับที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 51 โดยมีเหตุผลจากเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยทางการเมืองยืดเยื้อและเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก
2. ค่ายรถฟันธงตลาดวูบเกินร้อยละ 10 ปีหน้า - บริษัท โตโยต้า มอเตอร์(ประเทศไทย) เผยว่า ผลกระทบจากปัญหาการเมืองในช่วงนี้จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่ภาวะวิกฤตมากขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขยอดจำหน่ายที่คาดการณ์ว่าจะทำได้ 6.3 แสนคัน อาจต่ำกว่าที่คาดไว้ และเป้าที่คาดในปี 2552 ตลาดรถยนต์จะหดตัวเพียงร้อยละ 10 และอาจต้องปรับตัวเลขหดตัวมากกว่าเดิม รวมไปถึงตลาดส่งออกที่ต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้ง - สศค. วิเคราะห์ว่า จากปัญหาผลกระทบทางการเมืองในขณะนี้รวมถึงผลกระทบจากวิกฤติทางการเงินที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายยนต์ในไตรมาส 4 ปี 51 จนถึงปี 52 มีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งสะท้อนได้ปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ในเดือน ต.ค. 51 หดตัวร้อยละ -28.3 ต่อปี ดังนั้น ภาครัฐควรกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ ในขณะเดียวกันออกมาตรการต่างๆเพื่อลดต้นทุนการผลิตแก่ผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นการช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ เพื่อชดเชยยอดส่งออกจากต่างประเทศที่น่าจะชะลอลงตามภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
3. ตัวเลขการว่างงานในทวีปยุโรปและอเมริกาประจำเดือนตุลาคมปรับตัวสูงขึ้น
- กระทรวงแรงงานของสหรัฐแถลงตัวเลขการว่างงานในสหรัฐประจำเดือนตุลาคมที่ระดับร้อยละ 6.5 ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ระดับร้อยละ 6.1 โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payrolls) ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 240,000 ตำแหน่ง - ในขณะที่ตัวเลขการว่างงานในประเทศกลุ่มยูโรโซนประจำเดือนตุลาคมอยู่ที่ร้อยละ 7.7 ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ระดับร้อยละ 7.6 โดยตัวเลขผู้ไม่มีงานทำปรับตัวเพิ่มขึ้น 225,000 คน มาอยู่ที่ 12 ล้านคนในเดือนตุลาคม - สศค. วิเคราะห์ว่า สภาพการว่างงานทั่วโลกจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้จนถึงครึ่งปีแรกของปีหน้า เนื่องมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ประกอบกับความผันผวนของราคาน้ำมัน ทำให้ภาคเอกชนต้องปรับลดจำนวนพนักงาน ชะลอการผลิตและการลงทุนออกไป ทั้งนี้ตัวเลขการว่างงานเฉลี่ยของประเทศไทย ณ สิ้นเดือนกันยายนยังอยู่ที่ระดับต่ำที่ร้อยละ 1.1 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการว่างงานภายในประเทศมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้าเช่นเดียวกัน
ที่มา: Macroeconomic Analysis Group: Fiscal Policy Office Tel 02-273-9020 Ext 3665 : http://www.fpo.go.th/
คำถาม
1. เราควรจะแก้ปัญหาภาวะวิกฤตของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) อย่างไร จึงจะเป็นทางออกที่ ดีที่สุด
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
2. คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับภาวะทางการเมืองที่ส่งผลต่อสภาพเศราฐกิจตอนนี้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
3. จากข่าวการว่างงานในหัวข้อที่ 3 เกิดจากสาเหตุใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หารือวิกฤติการเงินโลก
โดย นางสาวศศิวรรณ กิตติรุจิระกุล
5005106015
ฟิลิปปินส์ 20 พ.ย. - อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จับเข่าหาทางแก้วิกฤตการเงินโลกที่ฟิลิปปินส์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนักตามตลาดหุ้นสหรัฐ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการคลังของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน และ 3 ประเทศคู่เจรจา ซึ่งได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ร่วมหารือกันที่กรุงมะนิลาเพื่อหาทางต่อสู้กับวิกฤตการเงินโลก รวมทั้งหาทางป้องกันไม่ให้วิกฤตดังกล่าวลุกลามมายังประเทศสมาชิกอาเซียน
นายมาร์การิโต้ เทเวส รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์ กล่าวต่อที่ประชุมว่าอาเซียนต้องรับมือกับวิกฤตการเงินโลกด้วยความเด็ดเดี่ยวและเร่งด่วน ขณะเดียวกันตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดติดลบที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปีเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา จากความวิตกว่าภาวะเศรษฐกิจซบเซาของสหรัฐจะยืดเยื้อ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐก็กำลังย่ำแย่อย่างหนัก ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้ปิดตลาดร่วงลงอย่างรุนเรง ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่น ติดลบไปกว่า 534 จุด ปิดที่ 7,738.40 จุด ต่ำกว่าระดับ 8 พันจุดเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์
ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง รูดลงกว่า 704 จุด ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไม่น้อยหน้าดิ่งลงต่ำกว่า 1 พันจุด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ต่างปิดตลาดในแดนลบด้วยกันทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และขยับเข้าใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เข้าไปทุกที จากความวิตกว่าเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง. -สำนักข่าวไทย
คำถาม
-จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ร่วมหารือกันที่ใด
-ใครคือ รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์
-ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดติดลบที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า กี่ปีมาแล้ว
-ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่น ติดลบไปกว่า เท่าใด
- ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และขยับเข้าใกล้ระดับ เท่าใดดอลลาร์ต่อบาร์เรล
5005106015
ฟิลิปปินส์ 20 พ.ย. - อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จับเข่าหาทางแก้วิกฤตการเงินโลกที่ฟิลิปปินส์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนักตามตลาดหุ้นสหรัฐ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการคลังของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน และ 3 ประเทศคู่เจรจา ซึ่งได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ร่วมหารือกันที่กรุงมะนิลาเพื่อหาทางต่อสู้กับวิกฤตการเงินโลก รวมทั้งหาทางป้องกันไม่ให้วิกฤตดังกล่าวลุกลามมายังประเทศสมาชิกอาเซียน
นายมาร์การิโต้ เทเวส รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์ กล่าวต่อที่ประชุมว่าอาเซียนต้องรับมือกับวิกฤตการเงินโลกด้วยความเด็ดเดี่ยวและเร่งด่วน ขณะเดียวกันตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดติดลบที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปีเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา จากความวิตกว่าภาวะเศรษฐกิจซบเซาของสหรัฐจะยืดเยื้อ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐก็กำลังย่ำแย่อย่างหนัก ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้ปิดตลาดร่วงลงอย่างรุนเรง ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่น ติดลบไปกว่า 534 จุด ปิดที่ 7,738.40 จุด ต่ำกว่าระดับ 8 พันจุดเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์
ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง รูดลงกว่า 704 จุด ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไม่น้อยหน้าดิ่งลงต่ำกว่า 1 พันจุด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ต่างปิดตลาดในแดนลบด้วยกันทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และขยับเข้าใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เข้าไปทุกที จากความวิตกว่าเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง. -สำนักข่าวไทย
คำถาม
-จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ร่วมหารือกันที่ใด
-ใครคือ รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์
-ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดติดลบที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า กี่ปีมาแล้ว
-ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่น ติดลบไปกว่า เท่าใด
- ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และขยับเข้าใกล้ระดับ เท่าใดดอลลาร์ต่อบาร์เรล
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
เศรษฐกิจไทยปี 52 จ่อปากเหว หอการค้าออกโรง หนุนรัฐเร่งใช้งบแสนล้าน

จัดทำโดย
น.ส.สินีนาถ ศรีสินอำไพ 5005106013
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้ประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2552 เป็น 2 กรณีคือ กรณีปกติ และเลวร้าย ในกรณีปกติ หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงไม่มากเกินไป และการเมืองไทยมีเสถียรภาพในครึ่งแรกของปี จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 3.9-4.1% การส่งออกขยายตัว 8-10% การนำเข้าขยายตัว 8.5% ดุลการค้าเกินดุล 2,003 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 5,003 ล้านเหรียญฯ ส่วนเงินเฟ้อขยายตัว 3-4% มีการว่างงาน 600,000-750,000 คน หรือ 1.6-1.9% เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่ว่างงาน 500,000 คน หรือคิดเป็น 1.5%
ส่วนกรณีเลวร้าย ไม่ว่ารัฐบาลจะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณอีก 100,000 ล้านบาท เร่งเบิกจ่ายลงทุนผ่านโครงการขนาดใหญ่ ลดดอกเบี้ยลงอีก 0.5-1% ตามทิศทางขาลงของดอกเบี้ยโลก หรือรับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับต่ำ แต่หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงมาก จากการชะลอของเศรษฐกิจสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ขณะที่การเมืองไทยยังไม่มีเสถียรภาพ ก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 2.9-3.1% การส่งออกขยายตัว 0-0.02% การนำเข้าขยายตัว 1% ดุลการค้าเกินดุล 1,018 ล้านเหรียญฯ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3,518 ล้านเหรียญฯ เงินเฟ้อ 2-2.5% การว่างงาน 760,000-900,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 2-2.3% จากปีนี้
“ขณะนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่เห็นปัจจัยบวก แต่สนับสนุนให้รัฐบาลใช้งบขาดดุล 100,000 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว และเห็นด้วยที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญในเร็วๆนี้ เพื่อให้เบิกจ่ายได้ทันภายในเดือน ก.พ. ปีหน้า เพราะยิ่งเบิกจ่ายช้าจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจถอยลงอีก ส่วนทั้ง 2 กรณี หากใช้เหตุการณ์ปัจจุบัน กรณีปกติ เป็นไปได้มากที่สุด แต่หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆได้ กรณี 2 มีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอน”
ด้านนายดุสิต นนทะนาคร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า กรณีปกติ มองโลกแง่ดีเกินไป ปีหน้าเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในกรณีเลวร้าย โดยขยายตัวต่ำกว่า 3% การส่งออกไม่ขยายตัว เพราะขณะนี้หลายอุตสาหกรรมประสบปัญหาการขอยืดเวลาชำระเงินค่าสินค้า ทำให้ขาดสภาพคล่อง ซึ่งเมื่อผู้ผลิตต้นน้ำมีปัญหา ก็จะทำให้อุตสาหกรรมต่อเนื่อง หรือปลายน้ำกระทบด้วย เชื่อว่าการส่งออกไทยจะลดลงตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ส่วนปัญหาว่างงาน น่าจะไม่เลวร้าย หากผู้ประกอบการประคองสถานการณ์ด้วยการลดเงินเดือน หรือลดโบนัส อย่างไรก็ตาม ต้องการให้รัฐผลักดันแรงงานต่างด้าวออกจากไทยโดยเร็ว แล้วจัดหาแรงงานไทยทดแทน ซึ่งจะช่วยไม่ให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นได้
“ปีหน้าเศรษฐกิจไทยเผาจริงแน่ ดังนั้น ต้องแก้ปัญหาตัวแปรที่ควบคุมได้ก่อน โดยเฉพาะปัญหาการเมือง ส่วนวิกฤติโลกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้น วิกฤติเศรษฐกิจที่ไทยต้องเผชิญในครั้งนี้ อาจใช้เวลามากกว่า 3 ปีแก้ปัญหา เพราะคนที่มีอำนาจแก้ปัญหายังมองไม่ออกว่าจะแก้จุดใดบ้าง และยังเกิดความขัดแย้งในประเทศ แต่หากคนไทยร่วมกันฟันฝ่าวิกฤติเหมือนในปี 2540 ที่ใช้เวลาฟื้นเศรษฐกิจเพียง 3 ปี เชื่อว่าครั้งนี้ไทยจะสามารถกู้วิกฤติได้เร็ว”
ขณะที่นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ทั้งเอกชนกับเอกชน และเอกชนกับรัฐบาล อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทย สนับสนุนการใช้งบขาดดุล 100,000 ล้านบาทของรัฐบาล โดยต้องให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และเห็นผลได้ใน 6 เดือน และนำเงินส่วนหนึ่งมาเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถดึงเศรษฐกิจขึ้นมาได้
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ธุรกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจในมุมมองหอการค้า ซึ่งสำรวจความเห็นนักธุรกิจ 800 ตัวอย่าง วันที่ 3-11 พ.ย.2551 ว่า ผู้ตอบ 49.1% ระบุว่า อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอย่างมาก อีก 34.5% ระบุปานกลาง ส่วนน้อยสุดมีเพียง 3.6% โดยปีหน้า ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมโดยตรงมากที่สุด 5 ลำดับแรกคือ เศรษฐกิจไทยชะลอตัว สถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจโลกชะลอตัว วิกฤติการเงินโลก และความเชื่อมั่น ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข จะทำให้ยอดขาย ผลประกอบการ สภาพคล่องทางธุรกิจ การจ้างงาน การส่งออก และความสามารถในการชำระหนี้ลดลง รวมถึงจะมีการปลดคนงานเพิ่มขึ้น
“หากปัจจัยต่างๆไม่ได้รับการแก้ไข อุตสาหกรรมที่จะมียอดขายและยอดส่งออกลดลงมากที่สุดก็เช่น ผลิตภัณฑ์เหล็ก ยางและผลิตภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ ผลิตภัณฑ์เคมี เครื่องประดับ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง และรองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมที่จะปลดคนงานมากที่สุด คือ อสังหาริมทรัพย์ ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ ยืนยันว่า จะยังไม่มีการปลดคนงาน หรือหากจะปลด ก็จะทำในอัตราน้อยที่สุด”
ส่วนปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข 5 ลำดับแรก คือ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และความเชื่อมั่น แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดูแลเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ คือ ลดต้นทุนการผลิต เช่น ลดภาษี ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สร้างเสถียรภาพทางการเมือง ให้ค่าเงินบาททรงตัวและอ่อนค่าอย่างมีเสถียรภาพ เสริมสร้างสภาพคล่องทางการเงิน เป็นต้น.

แหล่งที่มา
http://www.thairath.co.th/content_economic.html
ข่าว ณ วันที่ 14 พ.ย. 51 เวลา 04:42 น.
...คำถาม...
1.) ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมโดยตรงมากที่สุด 5 ลำดับแรกที่นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้กล่าวไว้คืออะไร และหากปัจจัยต่างๆนั้นไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลเช่นไรบ้าง?
2.) นายดุสิต นนทะนาคร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้เสนอให้ผู้ประกอบการทำเช่นไร เพื่อลดปัญหาการว่างงาน?
3.) ในมุมมองของ นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดูแลเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ คืออะไร จงยกมา 1 ตัวอย่าง?
.............................................
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
คลังโยนบาปล็อกซเล่ย์ รับศาลชี้ขาดหวยขัดกม.
นางสาววิลาสินี ชูหวาน 5005106016
"ประดิษฐ์"โยนล็อกซเล่ย์รับผิดชอบ ถ้าหวยบนดินล้มต้องจ่ายเงินมัดจำ 2 แสนบาทคืนตัวแทนจำหน่าย 6 พันรายเห็นด้วยกับสุชาติหวยมอมเมาประชาชน เตรียมชี้แจงเหตุผลไม่เดินหน้าขายหวยเร็วๆนี้ หลังกองสลากฯสรุปข้อมูลมาเสนอ ขณะที่วานนี้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพรบ.สลากฯปี 2550 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เหตุองค์ประชุมไม่ครบวานนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมาแล้วว่าการเสนอร่างพ.ร.บ.สำนักงานสลากสำนักงานสลากกินแบ่ง 2551 โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า จะเปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีหวยออนไลน์ หลังจากที่คณะกรรมการสำนักงานสลากฯ นำผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปพิจารณา และเร่งสรุปว่าจะดำเนินนโยบายขายสลากกินแบ่งแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวผ่านเครื่องอัตโนมัติ หรือ หวยออนไลน์ โดยดำเนินการภายใต้กฎหมายให้ถูกต้องอย่างไร หลังจากนั้นจึงนำข้อสรุปมาเสนอให้ทราบ จึงจะสามารถสรุปว่าจะสมารถขายหวยออนไลน์ได้หรือไม่
"เรื่องหวยออนไลน์ผมก็จะเร่งให้เร็วที่สุด ทุกอย่างต้องถูกต้องตามกฎหมาย ทำได้หรือไม่ได้ผมจะมาแถลงข่าวให้ทราบเร็วๆนี้ เพราะเรื่องนี้รอกันมานานมากแล้ว" นายประดิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ เห็นด้วยกับหลักการของนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.คลัง ที่ไม่ต้องการให้มีหวยออนไลน์ เพราะเป็นการมอมเมาประชาชน หากคนจนมุ่งแต่นำรายได้มาซื้อหวยก็จะยิ่งทำให้จนลงไปอีก ส่วนหลักการที่ต้องการนำเงินจากหวยใต้ดิน มาทำให้ถูกต้องเป็นการขายหวยออนไลน์นั้น ก็ต้องมาพิจารณา ซึ่งการจะขายหวยออนไลน์ได้ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น
นอกจากนี้ นายประดิษฐ์ กล่าวว่า กรณีที่มีกลุ่มผู้ค้าหวยออนไลน์ที่ได้เช่าเครื่องขายหวยออนไลน์กับบริษัทล็อกเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี รวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบความเสียหายจากความไม่ชัดเจนเรื่องหวยออนไลน์จนล่าช้าออกไปนั้น เรื่องนี้เป็นปัญหาสัญญาระหว่างผู้เช่าเครื่องกับบริษัทล็อกเล่ย์ฯ ไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปรับผิดชอบ ซึ่งบริษัทล็อกเล่ย์ฯต้องเจรจาเพื่อคืนเงินมัดจำเครื่อง ในกรณีที่ไม่สามารถขายหวยออนไลน์ได้
ที่ผ่านมา บริษัทล็อกเล่ย์ฯ ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์ไปแล้วกว่า6 พันเครื่องทั่วประเทศ โดยคิดค้ามัดจำกับผู้ค้าหวยออนไลน์ ในราคาเครื่องละ 2 แสนบาท แต่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินนโยบายหวยออนไลน์ได้ จึงทำให้กลุ่มผู้ค้าได้รับความเสียหาย
นาย ชัช ชลวร ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็นประธานในการประชุมคณะตุลาการเพื่อพิจารณาคำร้องของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล(ฉบับที่..)พศ.2550 ตราขึ้นโดยถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและมีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
โดยที่ประชุมคณะตุลาการได้แถลงด้วยวาจาก่อนลงมติแล้วมีมติเอกฉันท์ว่าร่างพรบ.ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในการลงมติในวาระที่ 3 มีองค์ประชุมของ สนช.ไม่ครบเกินกึ่งหนึ่ง เป็นผลให้ร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับตกไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคสาม
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเพียงประเด็นเดียวคือองค์ประชุมของ สนช.ซึ่งไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยไม่ได้ลงไปพิจารณาถึงเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ. เพราะเมื่อร่าง พ.ร.บ.ตราขึ้นโดยขัดกับหลักกฎหมาย ย่อมมีผลให้ตกไปโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงเนื้อหาสาระอีก อย่างไรก็ตามหากมีการเสนอร่างพ.ร.บ.เข้าสู่สภาอีก และมีผู้นำมาร้องถึงเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ. คณะตุลาการจึงจะพิจารณาว่าเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
สำหรับคำร้องว่าร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตราขึ้นหรือมีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เป็นคำร้องของน.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ อดีต สนช.และคณะรวม 30 คน เป็นผู้ยื่นคำร้องผ่านประธาน
นายตรีจักร ตัณฑ์ศุภศิริ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยีจำกัด (LGT) ในเครือบริษัท ล็อซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือLOXLEY ซึ่งเป็นผู้ติดตั้งเครื่องจำหน่ายสลากออนไลน์เลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการเรื่องการจำหน่ายสลากออนไลน์หรือหวยออนไลน์ถูกต้องตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปี 2517
ดังนั้น ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลออกมาอย่างไร ก็จะไม่มีผลต่อ พ.ร.บ.ฉบับเดิมที่บังคับใช้อยู่แล้ว
คำถามท้ายเรื่อง
1. ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพรบ.สลากฯปี 2550 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เหตุเพราะอะไร?
2. ใครที่เป็น คนบอกว่า หวยออนไลน์ มอมเมา ประชาชน?
3. บริษัทล็อกเล่ย์ฯ ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์ไปแล้วกว่า6 พันเครื่องทั่วประเทศ โดยคิดค้ามัดจำกับผู้ค้าหวยออนไลน์ ในราคาเครื่องละเท่าไร
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
