วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ธุรกิจประกันชีวิตปีฉลูหืดขึ้นคอ!



จัดทำโดย
น.ส.สินีนาถ ศรีสินอำไพ 5005106013

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และนายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในปี 52 จะเติบโตประมาณร้อยละ 5-6 โดยอัตราการเติบโตจะชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจที่มีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 0-2 ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวจะแตกต่างจากปี 51 ที่ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัว 16% เบี้ยรับรวม 200,000 ล้านบาท โดยประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจประกันชีวิตมากขึ้นว่าได้รับการคุ้มครองและผลประโยชน์ตอบแทนที่คุ้มค่า แถมยังเป็นการออมเงิน ประกอบกับรูปแบบของประกันชีวิตมีการพัฒนาที่หลากหลายเพื่อให้ตรงใจประชาชน และมีช่องทางการจำหน่ายในหลายช่องทาง ทั้งผ่านตัวแทนและสาขาธนาคารพาณิชย์ ทำให้ในปี 51 ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวในอัตราที่ดี
“ยอมรับว่าช่วงเกิดวิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐฯ ส่งผลกระทบมาถึงธุรกิจประกันชีวิต ประชาชนตื่นตระหนกบ้างช่วงแรก แต่หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และสมาคมประกันชีวิต ออกมายืนยันว่าธุรกิจประกันภัยของไทยไม่มีปัญหา ก็ทำให้ความมั่นใจของลูกค้ากลับมา”

นายสาระยืนยันว่า ธุรกิจประกันชีวิตจะไม่มีปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว 10 ปีขึ้นไป และลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ ขึ้นไป ความเสี่ยงจึงมีต่ำ และเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ดังนั้น ไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นหรือลง ก็ไม่มีผล เพราะบริษัทประกันชีวิตจะลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้จนครบอายุ นอกจากนี้ยังยืนยันว่าเงินกองทุนและเงินสำรองมีสูงเพียงพอตามกฎเกณฑ์ของ คปภ.


…………………….

แหล่งที่มา
http://www.thairath.co.th/content_economic.html

คำถาม
1.) คปภ. ย่อมาจากอะไร?
2.) นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และนายกสมาคมประกันชีวิตไทย ได้เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในปี 52 ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละเท่าใด?
3.)นายสาระยืนยันว่าธุรกิจประกันชีวิตจะไม่มีปัญหาสภาพคล่องเนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว และลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเท่าใด?
………………………….

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

หลุมพรางทางการเงิน

นาวสาว กัญจนากร เอื้อพัฒนพงศ์ 5005106006

หลุมพรางทางการเงิน

กับดักทางการเงินที่พบว่ามีผู้พลัดตกลงไปเป็นประจำ คือการละเลยการวางแผนการเงิน หรือบางคนวางแผนการเงินแล้วแต่ไม่อดทนกับการเดินตามแผน อีกไม่น้อยที่ไม่จัดงบการเงิน ที่น่าห่วงที่สุดคือไม่มีเงินกองทุนฉุกเฉินของตัวเอง
แย่ยิ่งกว่านั้นคือพวกที่ใช้บัตรเครดิตเป็นแหล่งหมุนเงิน หรือบางคนก็หลงไปติดกับเงินกู้เงินปลอดดอกเบี้ย แต่ที่ดูเป็นกับดักของคนหมู่มากในทุกวันนี้คือการที่ใช้ก่อนออมทีหลัง บางคนทำท่าจะไปได้สวย ออมอย่างดิบดีแต่กลับถอนเงินเพื่อเกษียณมาใช้ก่อน
หากมองในแง่ของการลงทุน ก็จะพบว่ามีกับดักมากมายที่ทุกคนติดอยู่ เช่นที่คนส่วนมากเป็นคือ ไม่กระจายการลงทุน และอีกไม่น้อยที่ไม่ใส่ใจค่าธรรมเนียมการลงทุน หรือบางคนก็รับความเสี่ยงมากหรือน้อยเกินไป จนไม่เหมาะกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ และที่เห็นบ่อยครั้งคือ ปล่อยให้สถานการณ์รายวันกระทบการตัดสินใจลงทุนระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ใช้ประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุน
ยังมีหลุมพรางทางการเงินอีกหลายอย่าง เช่น ไม่หมั่นตรวจสอบเครดิตทางการเงินของตัวเอง หรือบางคนชอบทำธุรกรรมการเงินมากเกินไปจนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมมากโดยไม่รู้ตัว
จากการสำรวจความเห็นของบรรดาคนในแวดวงการเงิน ก็พบว่า ล้วนแต่เคยมีประสบการณ์การติดกับดักการเงินมาบ้างแล้วทั้งสิ้น ใครติดกับดักอะไร หรือตกหลุมพรางไหน ตามไปดูพร้อมๆ กัน แต่พบว่าไม่มีใครยอมให้ตัวเองจมอยู่ในกับดักนั้นตลอดไป
"อัจฉรา โยมสินธ์"อาจารย์ภาควิชาการเงิน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง"ธรรมะพารวย"บอกว่าเธอเองก็เคยตกมาหลายหลุม ตั้งแต่ละเลยการวางแผนการเงิน ไม่ทำงบการเงิน ใช้ก่อนออมทีหลัง ไม่กระจายการลงทุน ไม่ใส่ใจค่าธรรมเนียมการลงทุน ไม่สนใจความเสี่ยง รวมทั้งไม่ใช้ประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุน
"สมัยที่เพิ่งเรียนจบ และเริ่มทำงานใหม่ๆ จะใช้เงินแบบไม่วางแผนเพราะคิดว่าแป๊บเดียวเดี๋ยวก็มีเงินเข้าบัญชีแล้ว เลยไม่ค่อยกังวลว่าจะไม่มีสตางค์ใช้ อยากใช้อะไร อยากซื้ออะไรก็ซื้อ ไม่คิดมาก ใช้ชีวิตสนุกสนานไปเรื่อยเปื่อย สะสมข้าวของไร้สาระเต็มไปหมด เงินไม่พอก็ขอที่บ้านเพิ่ม ช่วงนั้นเลยมีเงินเก็บน้อยมาก ซึ่งก็เป็นเงินเหลือจากการใช้จ่าย โดยเงินออมทั้งหมดก็จะฝากธนาคารไว้แบบไม่ใส่ใจ จำได้ว่าตอนนั้นดอกเบี้ยเงินฝาก 10% กว่าเราก็แฮปปี้แล้ว"
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เริ่มรู้ตัวว่าเรากำลังตกหลุมพรางหรือติดกับดักทางการเงินอยู่ก็คือ ตอนที่ได้เลือกเรียนวิชา Personal Financial Planning หรือการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ช่วงที่เรียน MBA ที่สหรัฐอเมริกา ตอนแรกก็งงว่ามีวิชาแบบนี้ด้วยหรือ แล้วอาจารย์ท่านจะสอนอะไรเราบ้าง มีข้อสงสัยเต็มหัวไปหมด เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะต้องเรียนกันเป็นเทอมๆ พอได้เรียนไปเรื่อยๆ ก็อึ้งว่าฝรั่งนั้นคิดเรื่องเงินๆ ทองๆ กันละเอียด รอบคอบและวางแผนล่วงหน้ากันยาวนานตลอดช่วงชีวิตเลย รวมทั้งยังได้รู้ ได้เข้าใจว่าทางเลือกสำหรับการออมการลงทุนมีเยอะแยะมากมาย เลยกลายเป็นเรื่องท้าทายมากที่เราจะต้องหาทางเลือกที่พอเหมาะพอดีกับตัวเราให้เจอ
จากนั้นก็เลยเริ่มจัดการตัวเอง ช่วงแรกจะรู้สึกยุ่งยาก ก็ทำบ้าง ลืมบ้าง พออายุมากขึ้น ระบบเริ่มลงตัวมากขึ้น จึงได้บทเรียนสำคัญว่าการทำความรู้จักกับตัวเองผ่านการวางแผนทางการเงิน ทำให้ต้องคิดไกลๆ คิดยาวๆ และยังช่วยให้เรามีพลังที่จะทำงานทุกวัน เพราะเรามีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงเพื่อตัวเราเองในอนาคต เป้าหมายง่ายๆ ในใจตอนนี้ก็คือ เราต้องสบายวันนี้ เพื่อที่จะสบายวันหน้า
"เด็กๆ สมัยนี้โชคดีเพราะหลายหน่วยงานเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ทางการเงินส่วนบุคคล รวมทั้งทางเลือกในการลงทุนและที่ปรึกษาทางการเงินที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ความสะดวกสบายในการวางแผนการเงินในปัจจุบันจึงพร้อมเสิร์ฟทุกที่ทุกเวลา ใครอยากสบายทั้งในวันนี้และวันข้างหน้าก็ต้องรีบเช็คว่าเราตกหลุมพรางทางการเงินอยู่หรือเปล่า แล้วคงต้องรีบหาทางออกจากหลุมพรางเหล่านั้นให้เร็วที่สุด"
คำถาม
1. ผู้เขียนหนังสือเรื่อง"ธรรมะพารวย"คือใคร
2. อัจฉรา โยมสินธ์ ได้ เรียน วิชา อะไร ที่ สหรัฐอเมริกา
3.จากบทความคุณได้ เรียนรู้อะไรบ้าง

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

วิกฤติเศรษฐกิจ-น้ำมันทำยอดขายของขวัญของชำร่วยในประเทศลดลงร้อยละ 20

นางสาวชุษณี ตองอ่อน

5005106002

วิกฤติเศรษฐกิจ-น้ำมันทำยอดขายของขวัญของชำร่วยในประเทศลดลงร้อยละ 20 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 12 ธ.ค.- นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า ยอดขายของขวัญของชำร่วยไทยภายในประเทศ ลดลงประมาณร้อยละ 20 เนื่องจากประชาชนวิตกเรื่องเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้านี้ รวมทั้งสถานการณ์การเมืองนายจิรบูลย์ กล่าวว่า โดยเฉพาะสิ้นปีนี้องค์กรและบริษัทห้างร้านขนาดใหญ่ลดคำสั่งซื้อสินค้าปีใหม่ ทำให้มูลค่าจาก 10,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 8,000 ล้านบาท ขณะที่การส่งออกสินค้าของขวัญฯ ปีนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยคาดว่าจะมีมูลค่า 26,000 ล้านบาท หรือขยายตัวประมาณร้อยละ 5.5 ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ไม่มั่นใจสถานการณ์ปีหน้าว่าการส่งออกจะยังขยายตัวได้หรือไม่ เนื่องจากตลาดใหญ่อย่างสหรัฐ ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึงร้อยละ 32 กำลังประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งทางสมาคมฯ ต้องหาตลาดใหม่ เช่น จีน อินเดีย ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง มาทดแทน แต่คงไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นตลาดที่ต้นทุนสูง ดังนั้น หากปีหน้าสามารถทำยอดส่งออกเท่าปีนี้ก็ถือว่าน่าพอใจนอกจากนี้ ยังวิตกกังวลกับภาวะเศรษฐกิจไทยปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 2 ก็จะยิ่งกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศให้ลดลง ขณะที่ปัญหาทางการเมืองมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ค้า เพราะมีข้อวิตกว่าผู้ค้าไทยอาจจะส่งสินค้าไม่ทัน หลังจากมีเหตุปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นจุดนี้กลับคืนมาสำหรับงานมหกรรมของขวัญ ของที่ระลึก ครั้งที่ 9 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 12-21 ธันวาคมนี้ จะมีของขวัญของที่ระลึก การ์ดอวยพร สินค้าแบรนด์เนม สินค้าเพื่อสุขภาพมาจำหน่าย ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีเงินสะพัดประมาณ 200-250 ล้านบาท.-สำนักข่าวไทย





คำถามท้ายบทความ
1.ตลาดใหญ่ ซึ่งมีสัดส่วนอัตราการส่งออก ถึงร้อยละ 32 กำลังประสบปัญหาสภาวะเศษรฐกิจถดถอย
คำว่า "ตลาดใหญ๋" หมายถึงประเทศอะไร
2.การส่งออกสินค้าของขวัญที่บอกว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีมูลค่าเท่าใด
3.จากเหตุการณ์ปิดสนามบิน เหตุการณ์นี้ มีผลต่ออะไร รัฐบาลต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ตัวเลขการว่างงานในทวีปยุโรปและอเมริกาประจำเดือนตุลาคมปรับตัวสูงขึ้น

นางสาว กิมเลี้ยง แซ่ตั้ง 5005106009

- ตัวเลขการว่างงานในทวีปยุโรปและอเมริกาประจำเดือนตุลาคมปรับตัวสูงขึ้น HIGHLIGHT:

1. สถาบันจัดอันดับโลกลดเครดิตไทย
- บริษัททริสเรทติ้ง เผยว่าสถาบันจัดอันดับโลกได้ทยอยปรับลดอันดับไทย และมีแนวโน้มว่าผลของความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงเพิ่มขื้น จะทำให้คะแนนและเครดิตประเทศถูกปรับลดลงไปอีก โดยบ.เอสแอนด์พี ซึ่งได้จัดอันดับของไทยที่ BBB-ได้ระบุว่าอาจปรับลด หากสถานการณ์การเมืองไทยเริ่มกระทบกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในวงกว้างรวมถึง
ธนาคารโลกที่จากเคยให้คะแนนเสถียรภาพทางด้านการเมืองของไทยเพียง 16.8 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อาจปรับลดเหลือต่ำกว่า 10 ซึ่งทำให้คนไทยมีต้นทุนสูงขึ้นในทุกด้าน - สศค. วิเคราะห์ว่า ณ ปัจจุบันบ.เอสแอนด์พี จัดอันดับของไทยอยู่ที่ BBB+ อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนทางการเมืองได้เริ่มส่งผลกระทบให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ R&I ได้ปรับแนวโน้มจากระดับที่เป็นบวก (Positive Outlook) เป็นระดับที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 51 โดยมีเหตุผลจากเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยทางการเมืองยืดเยื้อและเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก

2. ค่ายรถฟันธงตลาดวูบเกินร้อยละ 10 ปีหน้า - บริษัท โตโยต้า มอเตอร์(ประเทศไทย) เผยว่า ผลกระทบจากปัญหาการเมืองในช่วงนี้จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เข้าสู่ภาวะวิกฤตมากขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขยอดจำหน่ายที่คาดการณ์ว่าจะทำได้ 6.3 แสนคัน อาจต่ำกว่าที่คาดไว้ และเป้าที่คาดในปี 2552 ตลาดรถยนต์จะหดตัวเพียงร้อยละ 10 และอาจต้องปรับตัวเลขหดตัวมากกว่าเดิม รวมไปถึงตลาดส่งออกที่ต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้ง - สศค. วิเคราะห์ว่า จากปัญหาผลกระทบทางการเมืองในขณะนี้รวมถึงผลกระทบจากวิกฤติทางการเงินที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายยนต์ในไตรมาส 4 ปี 51 จนถึงปี 52 มีแนวโน้มชะลอตัวลง ซึ่งสะท้อนได้ปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ในเดือน ต.ค. 51 หดตัวร้อยละ -28.3 ต่อปี ดังนั้น ภาครัฐควรกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ ในขณะเดียวกันออกมาตรการต่างๆเพื่อลดต้นทุนการผลิตแก่ผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นการช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ เพื่อชดเชยยอดส่งออกจากต่างประเทศที่น่าจะชะลอลงตามภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

3. ตัวเลขการว่างงานในทวีปยุโรปและอเมริกาประจำเดือนตุลาคมปรับตัวสูงขึ้น
-
กระทรวงแรงงานของสหรัฐแถลงตัวเลขการว่างงานในสหรัฐประจำเดือนตุลาคมที่ระดับร้อยละ 6.5 ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ระดับร้อยละ 6.1 โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payrolls) ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 240,000 ตำแหน่ง - ในขณะที่ตัวเลขการว่างงานในประเทศกลุ่มยูโรโซนประจำเดือนตุลาคมอยู่ที่ร้อยละ 7.7 ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ระดับร้อยละ 7.6 โดยตัวเลขผู้ไม่มีงานทำปรับตัวเพิ่มขึ้น 225,000 คน มาอยู่ที่ 12 ล้านคนในเดือนตุลาคม - สศค. วิเคราะห์ว่า สภาพการว่างงานทั่วโลกจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้จนถึงครึ่งปีแรกของปีหน้า เนื่องมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ประกอบกับความผันผวนของราคาน้ำมัน ทำให้ภาคเอกชนต้องปรับลดจำนวนพนักงาน ชะลอการผลิตและการลงทุนออกไป ทั้งนี้ตัวเลขการว่างงานเฉลี่ยของประเทศไทย ณ สิ้นเดือนกันยายนยังอยู่ที่ระดับต่ำที่ร้อยละ 1.1 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการว่างงานภายในประเทศมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้าเช่นเดียวกัน

ที่มา: Macroeconomic Analysis Group: Fiscal Policy Office Tel 02-273-9020 Ext 3665 : http://www.fpo.go.th/

คำถาม

1. เราควรจะแก้ปัญหาภาวะวิกฤตของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) อย่างไร จึงจะเป็นทางออกที่ ดีที่สุด
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

2. คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับภาวะทางการเมืองที่ส่งผลต่อสภาพเศราฐกิจตอนนี้
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

3. จากข่าวการว่างงานในหัวข้อที่ 3 เกิดจากสาเหตุใด
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หารือวิกฤติการเงินโลก

โดย นางสาวศศิวรรณ กิตติรุจิระกุล
5005106015

ฟิลิปปินส์ 20 พ.ย. - อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จับเข่าหาทางแก้วิกฤตการเงินโลกที่ฟิลิปปินส์ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนักตามตลาดหุ้นสหรัฐ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการคลังของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน และ 3 ประเทศคู่เจรจา ซึ่งได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ร่วมหารือกันที่กรุงมะนิลาเพื่อหาทางต่อสู้กับวิกฤตการเงินโลก รวมทั้งหาทางป้องกันไม่ให้วิกฤตดังกล่าวลุกลามมายังประเทศสมาชิกอาเซียน
นายมาร์การิโต้ เทเวส รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์ กล่าวต่อที่ประชุมว่าอาเซียนต้องรับมือกับวิกฤตการเงินโลกด้วยความเด็ดเดี่ยวและเร่งด่วน ขณะเดียวกันตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดติดลบที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปีเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา จากความวิตกว่าภาวะเศรษฐกิจซบเซาของสหรัฐจะยืดเยื้อ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐก็กำลังย่ำแย่อย่างหนัก ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้ปิดตลาดร่วงลงอย่างรุนเรง ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่น ติดลบไปกว่า 534 จุด ปิดที่ 7,738.40 จุด ต่ำกว่าระดับ 8 พันจุดเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์
ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง รูดลงกว่า 704 จุด ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไม่น้อยหน้าดิ่งลงต่ำกว่า 1 พันจุด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ต่างปิดตลาดในแดนลบด้วยกันทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และขยับเข้าใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เข้าไปทุกที จากความวิตกว่าเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง. -สำนักข่าวไทย

คำถาม
-จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ร่วมหารือกันที่ใด
-ใครคือ รัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์
-ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดติดลบที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า กี่ปีมาแล้ว
-ดัชนีนิกเคอิของญี่ปุ่น ติดลบไปกว่า เท่าใด
- ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และขยับเข้าใกล้ระดับ เท่าใดดอลลาร์ต่อบาร์เรล

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เศรษฐกิจไทยปี 52 จ่อปากเหว หอการค้าออกโรง หนุนรัฐเร่งใช้งบแสนล้าน



จัดทำโดย

น.ส.สินีนาถ ศรีสินอำไพ 5005106013


นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้ประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2552 เป็น 2 กรณีคือ กรณีปกติ และเลวร้าย ในกรณีปกติ หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงไม่มากเกินไป และการเมืองไทยมีเสถียรภาพในครึ่งแรกของปี จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 3.9-4.1% การส่งออกขยายตัว 8-10% การนำเข้าขยายตัว 8.5% ดุลการค้าเกินดุล 2,003 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 5,003 ล้านเหรียญฯ ส่วนเงินเฟ้อขยายตัว 3-4% มีการว่างงาน 600,000-750,000 คน หรือ 1.6-1.9% เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่ว่างงาน 500,000 คน หรือคิดเป็น 1.5%

ส่วนกรณีเลวร้าย ไม่ว่ารัฐบาลจะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณอีก 100,000 ล้านบาท เร่งเบิกจ่ายลงทุนผ่านโครงการขนาดใหญ่ ลดดอกเบี้ยลงอีก 0.5-1% ตามทิศทางขาลงของดอกเบี้ยโลก หรือรับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับต่ำ แต่หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงมาก จากการชะลอของเศรษฐกิจสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ขณะที่การเมืองไทยยังไม่มีเสถียรภาพ ก็คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 2.9-3.1% การส่งออกขยายตัว 0-0.02% การนำเข้าขยายตัว 1% ดุลการค้าเกินดุล 1,018 ล้านเหรียญฯ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3,518 ล้านเหรียญฯ เงินเฟ้อ 2-2.5% การว่างงาน 760,000-900,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 2-2.3% จากปีนี้

“ขณะนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่เห็นปัจจัยบวก แต่สนับสนุนให้รัฐบาลใช้งบขาดดุล 100,000 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว และเห็นด้วยที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญในเร็วๆนี้ เพื่อให้เบิกจ่ายได้ทันภายในเดือน ก.พ. ปีหน้า เพราะยิ่งเบิกจ่ายช้าจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจถอยลงอีก ส่วนทั้ง 2 กรณี หากใช้เหตุการณ์ปัจจุบัน กรณีปกติ เป็นไปได้มากที่สุด แต่หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆได้ กรณี 2 มีโอกาสเกิดขึ้นแน่นอน”

ด้านนายดุสิต นนทะนาคร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า กรณีปกติ มองโลกแง่ดีเกินไป ปีหน้าเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในกรณีเลวร้าย โดยขยายตัวต่ำกว่า 3% การส่งออกไม่ขยายตัว เพราะขณะนี้หลายอุตสาหกรรมประสบปัญหาการขอยืดเวลาชำระเงินค่าสินค้า ทำให้ขาดสภาพคล่อง ซึ่งเมื่อผู้ผลิตต้นน้ำมีปัญหา ก็จะทำให้อุตสาหกรรมต่อเนื่อง หรือปลายน้ำกระทบด้วย เชื่อว่าการส่งออกไทยจะลดลงตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ส่วนปัญหาว่างงาน น่าจะไม่เลวร้าย หากผู้ประกอบการประคองสถานการณ์ด้วยการลดเงินเดือน หรือลดโบนัส อย่างไรก็ตาม ต้องการให้รัฐผลักดันแรงงานต่างด้าวออกจากไทยโดยเร็ว แล้วจัดหาแรงงานไทยทดแทน ซึ่งจะช่วยไม่ให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นได้

“ปีหน้าเศรษฐกิจไทยเผาจริงแน่ ดังนั้น ต้องแก้ปัญหาตัวแปรที่ควบคุมได้ก่อน โดยเฉพาะปัญหาการเมือง ส่วนวิกฤติโลกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้น วิกฤติเศรษฐกิจที่ไทยต้องเผชิญในครั้งนี้ อาจใช้เวลามากกว่า 3 ปีแก้ปัญหา เพราะคนที่มีอำนาจแก้ปัญหายังมองไม่ออกว่าจะแก้จุดใดบ้าง และยังเกิดความขัดแย้งในประเทศ แต่หากคนไทยร่วมกันฟันฝ่าวิกฤติเหมือนในปี 2540 ที่ใช้เวลาฟื้นเศรษฐกิจเพียง 3 ปี เชื่อว่าครั้งนี้ไทยจะสามารถกู้วิกฤติได้เร็ว”

ขณะที่นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ทั้งเอกชนกับเอกชน และเอกชนกับรัฐบาล อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทย สนับสนุนการใช้งบขาดดุล 100,000 ล้านบาทของรัฐบาล โดยต้องให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และเห็นผลได้ใน 6 เดือน และนำเงินส่วนหนึ่งมาเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถดึงเศรษฐกิจขึ้นมาได้

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ธุรกิจ อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจในมุมมองหอการค้า ซึ่งสำรวจความเห็นนักธุรกิจ 800 ตัวอย่าง วันที่ 3-11 พ.ย.2551 ว่า ผู้ตอบ 49.1% ระบุว่า อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอย่างมาก อีก 34.5% ระบุปานกลาง ส่วนน้อยสุดมีเพียง 3.6% โดยปีหน้า ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมโดยตรงมากที่สุด 5 ลำดับแรกคือ เศรษฐกิจไทยชะลอตัว สถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจโลกชะลอตัว วิกฤติการเงินโลก และความเชื่อมั่น ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข จะทำให้ยอดขาย ผลประกอบการ สภาพคล่องทางธุรกิจ การจ้างงาน การส่งออก และความสามารถในการชำระหนี้ลดลง รวมถึงจะมีการปลดคนงานเพิ่มขึ้น

“หากปัจจัยต่างๆไม่ได้รับการแก้ไข อุตสาหกรรมที่จะมียอดขายและยอดส่งออกลดลงมากที่สุดก็เช่น ผลิตภัณฑ์เหล็ก ยางและผลิตภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ ผลิตภัณฑ์เคมี เครื่องประดับ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหนัง และรองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมที่จะปลดคนงานมากที่สุด คือ อสังหาริมทรัพย์ ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ ยืนยันว่า จะยังไม่มีการปลดคนงาน หรือหากจะปลด ก็จะทำในอัตราน้อยที่สุด”

ส่วนปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข 5 ลำดับแรก คือ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และความเชื่อมั่น แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดูแลเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ คือ ลดต้นทุนการผลิต เช่น ลดภาษี ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สร้างเสถียรภาพทางการเมือง ให้ค่าเงินบาททรงตัวและอ่อนค่าอย่างมีเสถียรภาพ เสริมสร้างสภาพคล่องทางการเงิน เป็นต้น.


แหล่งที่มา

http://www.thairath.co.th/content_economic.html

ข่าว ณ วันที่ 14 พ.ย. 51 เวลา 04:42 น.



...คำถาม...

1.) ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมโดยตรงมากที่สุด 5 ลำดับแรกที่นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้กล่าวไว้คืออะไร และหากปัจจัยต่างๆนั้นไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลเช่นไรบ้าง?

2.) นายดุสิต นนทะนาคร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้เสนอให้ผู้ประกอบการทำเช่นไร เพื่อลดปัญหาการว่างงาน?

3.) ในมุมมองของ นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สิ่งที่อยากให้รัฐบาลดูแลเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ คืออะไร จงยกมา 1 ตัวอย่าง?


.............................................



วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คลังโยนบาปล็อกซเล่ย์ รับศาลชี้ขาดหวยขัดกม.

จัดทำบทความโดย
นางสาววิลาสินี ชูหวาน 5005106016

"ประดิษฐ์"โยนล็อกซเล่ย์รับผิดชอบ ถ้าหวยบนดินล้มต้องจ่ายเงินมัดจำ 2 แสนบาทคืนตัวแทนจำหน่าย 6 พันรายเห็นด้วยกับสุชาติหวยมอมเมาประชาชน เตรียมชี้แจงเหตุผลไม่เดินหน้าขายหวยเร็วๆนี้ หลังกองสลากฯสรุปข้อมูลมาเสนอ ขณะที่วานนี้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพรบ.สลากฯปี 2550 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เหตุองค์ประชุมไม่ครบ
วานนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมาแล้วว่าการเสนอร่างพ.ร.บ.สำนักงานสลากสำนักงานสลากกินแบ่ง 2551 โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า จะเปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีหวยออนไลน์ หลังจากที่คณะกรรมการสำนักงานสลากฯ นำผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปพิจารณา และเร่งสรุปว่าจะดำเนินนโยบายขายสลากกินแบ่งแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวผ่านเครื่องอัตโนมัติ หรือ หวยออนไลน์ โดยดำเนินการภายใต้กฎหมายให้ถูกต้องอย่างไร หลังจากนั้นจึงนำข้อสรุปมาเสนอให้ทราบ จึงจะสามารถสรุปว่าจะสมารถขายหวยออนไลน์ได้หรือไม่
"เรื่องหวยออนไลน์ผมก็จะเร่งให้เร็วที่สุด ทุกอย่างต้องถูกต้องตามกฎหมาย ทำได้หรือไม่ได้ผมจะมาแถลงข่าวให้ทราบเร็วๆนี้ เพราะเรื่องนี้รอกันมานานมากแล้ว" นายประดิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ เห็นด้วยกับหลักการของนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.คลัง ที่ไม่ต้องการให้มีหวยออนไลน์ เพราะเป็นการมอมเมาประชาชน หากคนจนมุ่งแต่นำรายได้มาซื้อหวยก็จะยิ่งทำให้จนลงไปอีก ส่วนหลักการที่ต้องการนำเงินจากหวยใต้ดิน มาทำให้ถูกต้องเป็นการขายหวยออนไลน์นั้น ก็ต้องมาพิจารณา ซึ่งการจะขายหวยออนไลน์ได้ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น
นอกจากนี้ นายประดิษฐ์ กล่าวว่า กรณีที่มีกลุ่มผู้ค้าหวยออนไลน์ที่ได้เช่าเครื่องขายหวยออนไลน์กับบริษัทล็อกเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี รวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบความเสียหายจากความไม่ชัดเจนเรื่องหวยออนไลน์จนล่าช้าออกไปนั้น เรื่องนี้เป็นปัญหาสัญญาระหว่างผู้เช่าเครื่องกับบริษัทล็อกเล่ย์ฯ ไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปรับผิดชอบ ซึ่งบริษัทล็อกเล่ย์ฯต้องเจรจาเพื่อคืนเงินมัดจำเครื่อง ในกรณีที่ไม่สามารถขายหวยออนไลน์ได้
ที่ผ่านมา บริษัทล็อกเล่ย์ฯ ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์ไปแล้วกว่า6 พันเครื่องทั่วประเทศ โดยคิดค้ามัดจำกับผู้ค้าหวยออนไลน์ ในราคาเครื่องละ 2 แสนบาท แต่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินนโยบายหวยออนไลน์ได้ จึงทำให้กลุ่มผู้ค้าได้รับความเสียหาย
นาย ชัช ชลวร ประธานคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็นประธานในการประชุมคณะตุลาการเพื่อพิจารณาคำร้องของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล(ฉบับที่..)พศ.2550 ตราขึ้นโดยถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและมีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
โดยที่ประชุมคณะตุลาการได้แถลงด้วยวาจาก่อนลงมติแล้วมีมติเอกฉันท์ว่าร่างพรบ.ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในการลงมติในวาระที่ 3 มีองค์ประชุมของ สนช.ไม่ครบเกินกึ่งหนึ่ง เป็นผลให้ร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับตกไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคสาม
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเพียงประเด็นเดียวคือองค์ประชุมของ สนช.ซึ่งไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยไม่ได้ลงไปพิจารณาถึงเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ. เพราะเมื่อร่าง พ.ร.บ.ตราขึ้นโดยขัดกับหลักกฎหมาย ย่อมมีผลให้ตกไปโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงเนื้อหาสาระอีก อย่างไรก็ตามหากมีการเสนอร่างพ.ร.บ.เข้าสู่สภาอีก และมีผู้นำมาร้องถึงเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ. คณะตุลาการจึงจะพิจารณาว่าเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
สำหรับคำร้องว่าร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตราขึ้นหรือมีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เป็นคำร้องของน.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ อดีต สนช.และคณะรวม 30 คน เป็นผู้ยื่นคำร้องผ่านประธาน
นายตรีจักร ตัณฑ์ศุภศิริ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยีจำกัด (LGT) ในเครือบริษัท ล็อซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือLOXLEY ซึ่งเป็นผู้ติดตั้งเครื่องจำหน่ายสลากออนไลน์เลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการเรื่องการจำหน่ายสลากออนไลน์หรือหวยออนไลน์ถูกต้องตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปี 2517
ดังนั้น ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลออกมาอย่างไร ก็จะไม่มีผลต่อ พ.ร.บ.ฉบับเดิมที่บังคับใช้อยู่แล้ว













คำถามท้ายเรื่อง
1. ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพรบ.สลากฯปี 2550 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เหตุเพราะอะไร?
2. ใครที่เป็น คนบอกว่า หวยออนไลน์ มอมเมา ประชาชน?
3. บริษัทล็อกเล่ย์ฯ ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจำหน่ายหวยออนไลน์ไปแล้วกว่า6 พันเครื่องทั่วประเทศ โดยคิดค้ามัดจำกับผู้ค้าหวยออนไลน์ ในราคาเครื่องละเท่าไร