
น.ส.สินีนาถ ศรีสินอำไพ 5005106013
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และนายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในปี 52 จะเติบโตประมาณร้อยละ 5-6 โดยอัตราการเติบโตจะชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจที่มีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 0-2 ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวจะแตกต่างจากปี 51 ที่ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัว 16% เบี้ยรับรวม 200,000 ล้านบาท โดยประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจประกันชีวิตมากขึ้นว่าได้รับการคุ้มครองและผลประโยชน์ตอบแทนที่คุ้มค่า แถมยังเป็นการออมเงิน ประกอบกับรูปแบบของประกันชีวิตมีการพัฒนาที่หลากหลายเพื่อให้ตรงใจประชาชน และมีช่องทางการจำหน่ายในหลายช่องทาง ทั้งผ่านตัวแทนและสาขาธนาคารพาณิชย์ ทำให้ในปี 51 ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวในอัตราที่ดี
“ยอมรับว่าช่วงเกิดวิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐฯ ส่งผลกระทบมาถึงธุรกิจประกันชีวิต ประชาชนตื่นตระหนกบ้างช่วงแรก แต่หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และสมาคมประกันชีวิต ออกมายืนยันว่าธุรกิจประกันภัยของไทยไม่มีปัญหา ก็ทำให้ความมั่นใจของลูกค้ากลับมา”
นายสาระยืนยันว่า ธุรกิจประกันชีวิตจะไม่มีปัญหาสภาพคล่อง เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว 10 ปีขึ้นไป และลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ ขึ้นไป ความเสี่ยงจึงมีต่ำ และเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ดังนั้น ไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นหรือลง ก็ไม่มีผล เพราะบริษัทประกันชีวิตจะลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้จนครบอายุ นอกจากนี้ยังยืนยันว่าเงินกองทุนและเงินสำรองมีสูงเพียงพอตามกฎเกณฑ์ของ คปภ.
…………………….
แหล่งที่มา
http://www.thairath.co.th/content_economic.html
คำถาม
1.) คปภ. ย่อมาจากอะไร?
2.) นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และนายกสมาคมประกันชีวิตไทย ได้เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในปี 52 ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละเท่าใด?
3.)นายสาระยืนยันว่าธุรกิจประกันชีวิตจะไม่มีปัญหาสภาพคล่องเนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว และลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือเท่าใด?
………………………….
